บทที่ 3 ไม่ได้อ่อย ปกติอร่อยอยู่แล้ว

ตอนที่ 3 ไม่ได้อ่อย ปกติอร่อยอยู่แล้ว

คำตอบตรงเกินไปจนฟาร์คัสนิ่งไปครู่หนึ่ง ลมอีกระลอกพัดเข้ามา ดาวประดับขยับหลบเข้าใกล้แผ่นหลังกว้างกว่าเดิม มือหนึ่งจับกระเป๋า อีกมือรวบเส้นผมที่ปลิววุ่นวาย เสื้อเชิ้ตนักศึกษาสีขาวถูกแรงลมตีแนบเข้ากับลำตัวจนหญิงสาวต้องรีบดึงชายเสื้อจัดให้เข้าที่ ฟาร์คัสหันมาเห็นพอดี สายตาของผู้ชายวัยสี่สิบหยุดลงชั่วขณะ

เขาไม่ได้ไร้เดียงสา และดาวประดับก็ไม่ใช่เด็กในสายตาเขา เธอเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังยืนอยู่ใกล้เสียจนมองเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งภายใต้เสื้อนักศึกษาได้ชัดกว่าที่ควร สายตานั้นค้างอยู่เพียงครู่เดียว ก่อนเลื่อนกลับขึ้นมาที่ใบหน้า

“คิดจะอ่อยฉันหรือไง”

“ห๊ะ ฉันเนี่ยนะอ่อยคุณ?”

“ทั้งยืนเบียด ทั้งทำเสื้อแนบตัวอยู่ต่อหน้าฉัน”

“ลมพัดค่ะ แล้วฉันก็หลบเพราะคุณตัวใหญ่ บังลมได้ดีต่างหาก”

“แน่ใจเหรอว่าเธอต้องการให้ฉันเป็นแค่ที่บังลม” ฟาร์คัสยกคิ้ว สีหน้าไม่ได้บอกว่าเชื่อทั้งหมด

“ไม่ต้องหลงตัวเองขนาดนั้นก็ได้ค่ะ ใครเขาจะอ่อยคุณ อย่างคุณไม่ใช่สเปคฉันสักหน่อย” เธอกวาดตามองชายร่างใหญ่ตรงหน้า ตั้งแต่ศีรษะลงมาอย่างจงใจ ก่อนสบตาเขาอีกครั้ง

“ดี เพราะเธอก็ไม่ใช่สเปคฉันเหมือนกัน” เขามองเธอกลับตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างไม่ยอมเสียเปรียบ ก่อนตอบด้วยสีหน้าเย็นชา

คำตอบของฟาร์คัสทำให้ดาวประดับเม้มปากอย่างไม่ยอมแพ้ กำลังจะสวนกลับให้เจ็บพอกัน เสียงฟ้าร้องดังครืนขึ้นเหนือทะเล ก่อนฝนที่ตั้งเค้ามาตลอดช่วงบ่ายจะกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

ลมทะเลที่แรงอยู่แล้วพัดสายฝนเฉียงเข้าหาตัวอาคารจนชายคาแทบช่วยอะไรไม่ได้ ดาวประดับร้องออกมาอย่างตกใจ รีบยกกระเป๋าขึ้นบังศีรษะแล้วขยับเข้าไปหลบหลังคนตัวใหญ่ตามสัญชาตญาณ แต่คราวนี้แม้แต่ฟาร์คัสก็เอาไม่อยู่ เขายืนรับลมอยู่ด้านหน้าเต็ม ๆ จึงเปียกไปก่อน ส่วนคนที่อาศัยเขาเป็นกำแพงมนุษย์ก็รอดมาได้ไม่เท่าไร เพียงไม่ถึงนาทีเสื้อผ้าของทั้งคู่ก็ชุ่มไปด้วยกัน

“ฝนบ้าอะไรเนี่ย”

ดาวประดับบ่นพลางใช้มือเช็ดหยดน้ำออกจากใบหน้า ก่อนจะสังเกตเห็นว่าคนตรงหน้ากำลังมองอะไรบางอย่างอยู่ เธอก้มลงตามสายตานั้นแล้วถึงกับชะงัก เสื้อเชิ้ตนักศึกษาสีขาวไม่ใช่ผ้าเนื้อหนาอยู่แล้ว พอเปียกจนแนบลำตัวจึงบาง เสียจนสามารถมองทะลุเข้าไปเห็นเสื้อชั้นในสีขาวลายลูกไม้ โดยที่ฟาร์คัสไม่ต้องเสียเวลาเพ่งสายตา

“นี่น่ะหรือไม่ได้อ่อย” ฟาร์คัสมองภาพตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนมุมปากจะกระตุกขึ้นด้วยความขบขัน ดาวประดับเงยหน้าขึ้นถลึงตาใส่ทันที

“ตาบ้านี่ เดี๋ยวปั๊ดจิ้มตาแตก” เมื่อครู่กล่าวหาเธอไม่พอ ตอนนี้ยังมองเสียเต็มตาอีก

“มองดีนักใช่ไหม สาธุ ขอให้พรุ่งนี้เป็นตากุ้งยิง”

นักศึกษาสาวได้แต่แช่งชักเจ้านายฝรั่งอยู่ในใจ เพราะลมระลอกใหม่ พัดสายฝนสาดเข้ามาหนักกว่าเดิมจนไม่มีอารมณ์ยืนต่อปากต่อคำ เธอเหลือบเห็นประตูห้องที่อยู่ใกล้ที่สุด รีบเปิดเข้าไปโดยไม่สนใจว่าข้างในเป็นอะไร ขอเพียงมีผนังกั้นลม บังฝนได้ก็พอ

เมื่อเข้ามาแล้วจึงเห็นว่า ห้องนี้เป็นห้องเก็บเอกสารการส่งออก มีชั้นวางเอกสารตั้งเรียงอยู่หลายแนว มีโต๊ะกับเก้าอี้สำหรับคนที่เข้ามาค้นเอกสารอยู่ตรงกลาง ดาวประดับวางกระเป๋าสะพายของตัวเองลงบนโต๊ะ เสียงประตูปิดดังตามหลัง จนต้องหันกลับไปมอง

“คุณตามเข้ามาทำไมคะ”

“แล้วเธอล่ะ เข้ามาทำไม” คำถามหน้าตาย ทำให้ดาวประดับเกือบกลอกตามองบนทันที

“ฉันเข้ามาหลบฝนค่ะ ข้างนอกฝนตกแรงขนาดนั้นจะให้ยืนตากอยู่หรือไง”

“ฉันก็เข้ามาหลบฝนเหมือนกัน หรือห้องนี้เธอจองไว้คนเดียว”

เถียงไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะห้องนี้ไม่ใช่ของเธอจริง ๆ ดาวประดับจึงเลิกสนใจเจ้านายฝรั่ง แล้วหันมาจัดการสภาพตัวเองแทน เสื้อผ้าเปียกเกือบทั้งตัว เส้นผมชื้นจนเกาะแก้ม พอก้มลงเห็นเสื้อนักศึกษาที่บางจนไม่น่ามอง เธอก็ถอนหายใจ แล้วขยับกระเป๋ามาบังด้านหน้าเอาไว้อย่างหลวม ๆ

ฟาร์คัสเองก็ไม่ได้มีสภาพดีกว่ากัน เสื้อเชิ้ตที่ใส่มาทำงานวันนี้ เปียกตั้งแต่ไหล่ลงไปเกือบหมด เนื้อผ้าเปียกติดตัวจนน่ารำคาญ มือหยาบจึงดึงชายเสื้อออกจากขอบกางเกง แล้วเริ่มปลดกระดุม

“คุณจะถอดเสื้อทำไมคะ”

“ก็เสื้อมันเปียก เธอจะให้ฉันใส่ไว้ทำไม” เขาถอดเสื้อเชิ้ตออกพาดมันไว้กับพนักเก้าอี้ ทิ้งให้ดาวประดับมองภาพตรงหน้าด้วยความประหลาดใจอยู่ชั่วขณะ

ฟาร์คัสมีรูปร่างสมส่วน ช่วงไหล่กว้างและร่างกายบึกบึนกำยำกว่าที่เสื้อเชิ้ตเคยปกปิดบังเอาไว้มาก ถึงเธอจะไม่ได้อ่อนต่อโลกขนาดเห็นผู้ชายถอดเสื้อแล้วต้องตกอกตกใจ แต่ก็ยอมรับว่าของจริงผิดจากภาพที่คิดไว้พอสมควร

ปัญหาคือคนถูกมองรู้ตัวเร็วเหลือเกิน เมื่อสายตาของฟาร์คัสจับได้ว่าเธอกำลังมองเขาอยู่ ดาวประดับจึงชิงยกคิ้วแล้วเอาคำกล่าวหาเมื่อครู่ ย้อนกลับไปหาเขาเสียก่อน

“ถอดเสื้อต่อหน้าฉันแบบนี้ คุณคิดจะอ่อยฉันเหรอคะ”

“อ่อยเธอน่ะหรือ คนอย่างฉันไม่จำเป็นต้องทำอะไรแบบนั้น”

ฟาร์คัสหลุดหัวเราะอย่างเห็นเป็นเรื่องขบขัน ความมั่นใจชนิดไม่คิดจะถ่อมตัวทำให้ดาวประดับหมั่นไส้ขึ้นมาอีกระลอก ยิ่งเมื่อเขาจงใจเดินเข้ามาใกล้ เธอก็รู้ทันทีว่ากำลังถูกเอาคืน ผู้ชายคนนี้รู้ดีว่าตัวเองมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร และเห็นชัดว่ามั่นใจมากพอจะใช้มันกวนประสาทคนที่เพิ่งประกาศว่าเขาไม่ใช่สเปค แต่ดาวประดับไม่คิดจะยอมถอยให้เขาได้ใจ เธอเลือกยืนกอดอกอยู่ที่เดิม เงยหน้าสบตาคนที่สูงกว่ามาก ก่อนจงใจกวาดตามอง ตั้งแต่ใบหน้าลงมายังช่วงอก

“ไม่ต้องเข้ามาโชว์หรอกค่ะ สภาพอย่างคุณน่ะ ต่อให้แก้หมดทั้งตัว ฉันก็ยังไม่เกิดอารมณ์”

“ปากเก่งขนาดนี้ แน่ใจหรือว่าเธอจะไม่เกิดอารมณ์” แทนที่จะเสียหน้า ฟาร์คัสกลับหัวเราะออกมา ดวงตาที่มองเธอมีแววท้าทายชัดกว่าเดิม

“แน่ใจสิคะ” ดาวประดับตอบทันที

ฟาร์คัสกระตุกยิ้มขึ้นมาตรงมุมปากข้างหนึ่ง เพราะคิดว่าเกมไร้สาระนี้ไม่มีอะไรน่ากลัว เขาอายุสี่สิบแล้วซ้ำยัง เป็นถึงเจ้าของกิจการ ต่อให้ชอบเอาชนะแค่ไหน ก็คงไม่ลดตัวลงไปทำอะไรตามอารมณ์ เพราะถูกเด็กฝึกงานพูดยั่วโมโหเพียงไม่กี่คำ

“ว่าแต่คุณเถอะ กล้าถอดจริงหรือเปล่า” คิ้วเรียวขยับยกยักสูงขึ้นอย่างท้าทาย

ฟาร์คัสมองหน้าเธอนิ่ง ๆ ก่อนมือใหญ่จะเลื่อนลงไปปลดหัวเข็มขัดของตัวเอง

“เฮ้ย...ถอดจริงดิ”

ความคิดแรกผุดขึ้นในหัว ทันทีที่หัวเข็มขัดถูกปลด ตามมาด้วยความคิดที่สองว่าเขาคงแค่ขู่ และความคิดที่สามยังไม่ทันก่อตัว ฟาร์คัสก็จัดการกับกางเกงเปียกของตัวเองต่อหน้าต่อตาเด็กฝึกงาน

ดาวประดับดูเหมือนเธอจะประเมินความบ้าของผู้ชายคนนี้ต่ำเกินไปหน่อย คนตรงหน้าไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านกับสภาพตัวเองแม้แต่น้อย ในทางกลับกันยังดูมั่นใจ เสียจนคนเป็นฝ่ายท้าเริ่มสงสัยว่าตัวเองหาเรื่องใส่ตัวหรือเปล่า

“อู้ว...กล้าม”

ตอนมีเสื้อเชิ้ตปิดอยู่ยังไม่รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ตัวใหญ่ถึงขนาดนี้ แต่พอเหลือเสื้อผ้าน้อยชิ้น รูปร่างแบบคนที่ไม่ได้มีดีแค่หน้าตาก็ปรากฏ โดยเฉพาะต้นขาที่ทำเอาดาวประดับต้องแอบเทียบกับขาตัวเองโดยอัตโนมัติ

“กล้ามเขาใหญ่กว่าขาฉันอีกมั้งเนี่ย”

เห็นทีคราวหน้าถ้าจะเถียงกัน เธอควรยืนห่างออกไปอีกสักสองเมตร เผื่อตาฝรั่งนี่โมโหจนลืมตัว แล้วซัด ตุบ เข้าให้ หากเป็นอย่างนั้นเธอคงได้หลับก่อนถึงพื้น

“มองฉันขนาดนี้ เริ่มหวั่นไหวแล้วหรือไง” เสียงนั้นเรียกสติกลับมาได้ทันที ดาวประดับเงยหน้าขึ้นแล้วเชิดคาง

“หวั่นไหวอะไรคะ ฉันยังไม่เห็นว่ามีอะไรน่าสนใจเลย”

“ไม่สนใจ แต่เธอมองฉันตาเป็นมันเชียวนะ”

ถูกจับได้ตรง ๆ ก็ไม่ได้แปลว่าต้องยอมรับ ดาวประดับกอดอกแน่นกว่าเดิม พลางกวาดตามองเขาซ้ำอีกรอบอย่างจงใจ คราวนี้ทำสีหน้าเหมือนกำลังพิจารณาของธรรมดาที่สามารถหาได้ทั่วไปตามท้องตลาด

“อย่ามั่นหน้าให้มากนักเลยค่ะ มองคุณน่ะเหรอ ฉันมองกล่องใส่เอกสารยังเสียวกว่า”

ฟาร์คัสหันไปมองกล่องกระดาษ ที่วางซ้อนกันอยู่บนชั้นด้านข้าง ตั้งแต่เกิดมา เขายังไม่เคยถูกผู้หญิงคนไหน เอาไปเปรียบเทียบกับกล่องใส่เอกสารมาก่อนเลย

“ปากดี”

“ขอบคุณค่ะ” ดาวประดับรับคำหน้าตาเฉย

ความจริงหัวใจไม่ได้สงบนิ่งสมกับสีหน้าเลยสักนิด แต่ในเมื่อ เธอเป็นคนเปิดเกมเอง ต่อให้ตอนนี้อยากวิ่งเปิดประตูออกไปกระโดดทะเลหนีความปากไวของตัวเองแค่ไหนก็ทำไม่ได้

“เสียหน้าได้ แต่ห้ามเสียฟอร์มเด็ดขาดนะดาวประดับ”

ฟาร์คัสเองเหมือนจะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ เช่นกัน เขาขยับเข้าใกล้นักศึกษาเสื้อบางไปอีกก้าว จนดาวประดับต้องเงยหน้ามากกว่าเดิม ท่าทางของเขาบอกชัดว่ากำลังรอดูว่าเด็กปากเก่งตรงหน้า จะรักษาสีหน้าแบบนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน

“ก็งั้น ๆ” ดาวประดับกลับยักไหล่

คำวิจารณ์แสนสั้นทำให้คิ้วเข้มกระตุก ผิดกับคนพูดที่กำลังพยายาม ใช้พลังทั้งหมดในชีวิตควบคุมไม่ให้สีหน้าตัวเองเสียอาการออกมาก่อน

“ก็งั้น ๆ บ้านเธอสิดาวประดับ  หล่อล่ำ น่าปล้ำชะมัดเลย แต่เก๊กไว้ก่อน เดี๋ยวแพ้”

sds

บทก่อนหน้า
บทถัดไป